27          29

       1

อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศอาเซียน
         นำเสนออาชีพของประชากรแต่ละประเทศในอาเซียน และสินค้าที่แต่ละประเทศส่งออกและนำเข้า

ประเทศอินโดนีเซีย
ประเทศมาเลเซีย
ประเทศฟิลิปปินส์
ประเทศสิงคโปร์
ประเทศเวียดนาม
ประเทศลาว
ประเทศพม่า
ประเทศกัมพูชา

 จากการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 9 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ได้กำหนดให้จัดทำข้อตกลงยอมรับร่วมกัน
   (Mutual Recognition Arrangements : MRAs)
ด้านคุณสมบัติในสาขาวิชาชีพหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพ หรือแรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษของ อาเซียนได้อย่างเสรี ด้านคุณสมบัติในสาขาอาชีพหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายนักวิชาชีพ แรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความ สามารถพิเศษได้อย่างเสรี ข้อตกลงเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงาน ฝีมือไปทำงานในประเทศกลุ่มอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ได้อย่างเสรี ได้กำหนด ครอบคลุม 8 อาชีพ และก็มีข่าวว่าอาจจะมีการเพิ่มจำนวนอาชีพขึ้นมาอีกในลำดับถัดไป สำหรับ 8 อาชีพที่มี ข้อตกลงกันแล้วให้สามารถเคลื่อน ย้ายไปทำงานได้อย่างเสรี ได้แก
      · อาชีพวิศวกร( Engineering Services)
      · อาชีพพยาบาล (Nursing Services)
      · อาชีพสถาปนิก(Architectural Services)
      · อาชีพการสำรวจ (Surveying Qualifications)           
      · อาชีพนักบัญชี (Accountancy Services)
      · อาชีพทันตแพทย์ (Dental Practitioners)
      · อาชีพแพทย์ (Medical Practitioners)
      . อาชีพการบริการ/การท่องเที่ยว  ( Tourism )

           การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรีในกลุ่ม 8 อาชีพนั้น มีผลดีต่อไทยไม่น้อย เพราะในภาพรวม สถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาในไทย มีศักยภาพในด้านการผลิตบุคลากรในสายวิชาชีพทั้ง 8 ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงซึ่งทำให้ผู้จบการศึกษาในสายวิชาชีพทั้ง 8 ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี
จนถึงปริญญาเอก มีตลาดงานที่เปิดกว้างมากขึ้น

          จากเดิมที่ตลาดมีแค่การให้บริการประชาชน 63 ล้านคน เป็นตลาดของประชาชนร่วม 600 ล้านคนใน 10 ประเทศ อาเซียน นอกจากนั้น ประเทศเหล่านี้รวมทั้งไทยอยู่ในทิศทางที่กำลังเติบโตทางด้านเศรษฐกิจทั้งสิ้น เร็วบ้าง ช้าบ้าง และโดย ภาพรวมคุณภาพของผู้จบวิชาชีพทั้ง 8 ในไทยก็สูงอยู่ในระดับแถวหน้าของประเทศอาเซียน ทำให้โอกาสในการหางานมีสูง
          ในขณะที่คนไทยสามารถไปทำงานในประเทศอาเซียนได้อย่างเสรีนั้น สภาวิชาชีพ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแล มาตรฐานของอาชีพ
ทั้ง 8 นั้น คงต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มแข็งรัดกุมเป็นอย่างมาก เพื่อรักษามาตรฐานของผู้จบวิชาชีพ ในสาขาอาชีพนั้นๆ ในไทยให้คงเดิม หรือยกระดับ ให้สูงขึ้นไปอีกป้องกันมิให้เกิดการอ่อนด้อยในเรื่องมาตรฐานของ องค์กรในการผลิตคน บางแห่งที่อาจใช้โอกาสนี้เพิ่มรายได้ในการเร่งผลิตคนในวิชาชีพ
เหล่านั้น จำนวนมากเพื่อตอบสนอง ตลาดที่ใหญ่ขึ้น มิฉะนั้นอาจส่งผลกระทบทางลบโดยรวมอีกปัญหาที่อาจะตามมาอีกอย่างคือ บางวิชาชีพไทยเริ่มจะ
เข้าสู่วิกฤตการ ขาดแคลนอาจารย์ เช่นทันตแพทย์ ถ้าแก้ปัญหาไม่ ทันท่วงทีในเวลาอีกสามถึงห้าปีข้างหน้า ไทยจะมีปัญหาเรื่องการสร้างบุคลากร รุ่นใหม่ ในสายวิชาชีพทันตแพทย์ อย่างแน่นอน
      
        ขณะเดียวกัน ก็ต้องระวังดูแลในเรื่องมาตรฐานของคนจากประเทศต่างๆ ในอาเซียนที่เข้ามาประกอบอาชีพทั้ง 8 อาชีพ ในไทยด้วยเช่นกัน เพราะอาจจะมีผู้มาจากประเทศอื่นที่มาประกอบอาชีพในไทยมีปัญหาความอ่อนด้อยในเรื่องมาตรฐาน ซึ่งถ้าดูแลไม่รอบคอบรัดกุม อาจก่อเกิด
ผลกระทบกับสังคมไทยในทางลบ และอาจส่งผลต่อปัญหาการประกอบอาชีพของ คนไทยเอง
        แต่อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมสังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ จำนวนคนในวัยทำงานกำลังลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มีข้อมูลว่าอีก
ประมาณสิบปีข้างหน้า สัดส่วนคนในวัยทำงานจะต่ำกว่าประชากรผู้สูงอายุมาก นี่จะทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานฝีมือในกลุ่มอาชีพ
ทั้ง 8 นั้น ผู้ที่จบจากสายวิชาชีพดังกล่าวจะประกันได้ว่าไม่น่าจะมีใครที่ตกงาน เพราะมีตลาดใหญ่มากรองรับทั้งในไทย และในประเทศอาเซียน

         ข้อตกลงเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 8 อาชีพในปี 2015 (2558) แม้ จะเป็นโอกาสทองของคนไทยในสายวิชาชีพ
ดังกล่าว แต่ก็มีจุดที่ต้องระวังอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ทั้งในด้านการที่คนของเราไปทำงานบ้านเขา และการที่คนบ้านเขามาทำงานในบ้านเรา เพราะถ้า
การระวังไม่รัดกุม โอกาสทองนั้นอาจพลิกเป็นวิกฤต และมีผลกระทบรุนแรงต่อบางสายวิชาชีพได้          (TOP)

ที่มา : ศูนย์ข้อมูลข่าวสารอาเซีียน

อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศอินโดนีเซีย

อาชีพหลักของประชาชนอินโดนีเซียได้แก่

อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศมาเลเซีย
 
อาชีพหลักของคนมาเลเซีย ส่วนใหญ่มีอาชีพ ทำสวน ทำไร่ ทำประมง ล่าสตว์ ชาว Melanau ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองซาราวัคดั้งเดิมทำประมงเป็นอาชีพหลัก แนวชายฝั่งที่ร่ำรวยไปด้วยน้ำมันของซาราวัคมีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจของรัฐและเศรษฐกิจของซาราวัคเอง   ส่วนใหญ่ก็มาจาก ทรัพยากรธรรมชาติ
เช่น น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)ซึ่งก๊าซธรรมชาติส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปที่ญี่ปุ่นรายได้ส่วนอื่นมาจากพริกไทยขาวและดำ อันขึ้นชื่อของซาราวัค
ยาง สาคู เนื้อมะพร้าวแห้ง รังนก และไม้แปรรูป โดยประมาณแล้วมาเลเซียปลูกพริกไทยได้ 27,550 ชอร์ตันต่อปี ซึ่งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์มาจากซาราวัค
เกษตรกรรม ผลิตยางพาราที่สำคัญของโลก และข้าวเจ้า ปลูกมากบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำทั้ง 2 ด้าน     
การทำเหมืองแร่ แร่ที่สำคัญ ได้แก่ แร่ดีบุก ส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก แร่เหล็ก น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ
การทำป่าไม้ ส่วนใหญ่เป็นไม้เนื้อแข็ง ส่งไม้ออกเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย
อุตสาหกรรม ได้ชื่อว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ของเอเชีย ( NICs) ประเทศมาเลเซียอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ มีการสำรองน้ำมันดิบ 3.8 ล้านบาเรล และก๊าซธรรมชาติ 87 ล้านลูกบาศก์ฟุต ทั้งยังเป็นผู้ผลิตก๊าซอันดับ 3 ของโลกที่มีกำลังผลิต 24 ล้านตันต่อปี และยังคงมีทรัพยากรอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ดีบุก ป่าไม้ ปาล์มน้ำมัน และโกโก้ นอกจากนี้ มาเลเซียยังใส่ใจในสิ่งแวดล้อมด้วยการคุ้มครองป่าไม้อีกด้วย       (TOP)


อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศฟิลิปปินส์
เกษตรกรรม พืชเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ มะพร้าว อ้อย ป่านอบากา และข้าวเจ้า
ป่าไม้ มีป่าไม้หนาแน่น เป็นรายได้สำคัญ คือ ไม้มะฮอกกานี
เหมืองแร่ ฟิลิปปินส์ไม่มีแร่ดีบุก แร่ส่งออกสำคัญ คือ เหล็ก โครไม์ ทองแดง เงิน
อุตสาหกรรม ใช้วัตถุดิบในประเทศ เช่น โรงงานเยื่อกระดาษ แปรรูปไม้ ปูนซีเมนต์
ชาวฟิลิปปินส์ จำนวน 5.7 ล้านคน ประกอบธุรกิจส่วนตัวที่บ้าน และจำนวน 1.2 ล้านคนเป็นสตรี และเป็นธุรกิจประเภทขายส่งและขายปลีก
เสียส่วนใหญ่ (48.6%) ในภาคการผลิตมีแรงงานนอกระบบจำนวน 139,000 คน และมีสตรีที่อยู่ในภาคการผลิตนี้ถึง 55.3% ผู้ที่ประกอบธุรกิจส่วนตัว มักจะทำร้านค้าขนาดเล็กหรือประกอบธุรกิจค้าขายอื่น ๆ ในขณะที่สตรีที่ทำงานกับครอบครัวมักจะทำงานในไร่นาหรือทำงานด้านเกษตรกรรม
ฟิลิปปินส์มีระบบเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกับไทย กล่าวคือเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากร ร้อยละ 60 ประกอบอาชีพเกษตรกร แต่สภาพภูมิประเทศ ที่เป็นหมู่เกาะส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกมีน้อย โดยส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณที่ราบต่ำและเนินเขาที่ปรับให้เป็นขั้นบันไดในบริเวณเกาะลูซอน  
ประชากรฟิลิปปินส ส่วนใหญ่นิยมประกอบอาชีพในต่างประเทศ   ฟิลิปปินส์จึงพึ่งพารายได้จากแรงงานฟิลิปปินส์ในต่างประเทศ เพื่อการพัฒนา
ประเทศเป็นส่วนใหญ่
สินค้านำเข้า เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แร่เชื้อเพลิง เครื่องจักรและอุปกรณ์การคมนาคม เหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ
สินค้าส่งออก เช่น แผงวงจรไฟฟ้า รถยนต์และส่วนประกอบ เม็ดพลาสติก เหล็กกล้า เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล ผลิตภัณฑ์จากปิโตรเลียม เป็นต้น
                                                                                        (TOP)
อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศสิงคโปร์
อาชีพหลักที่ทำรายได้ให้กับสิงคโปร์คือ   ธุรกิจการค้าและอุตสาหกรรม สิงคโปร์เป็นเมืองท่าใหญ่อันดับ 4 ของโลก ในแต่ละปีจะมีเรือสินค้าผ่า่น เข้า - ออกท่าเรือไม่ต่ำกว่า 4,000 ลำ สิงคโปร์มีโรงงานอุตสาหกรรมประมาณ 2400 แห่ง โรงงานอุตสาหกรรมกลั่นน้ำมันเป็นโรงงานที่ทันสมัย และทันสมัยและใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลิตผลจากโรงงานอุตสาหกรรม ได้แก่ อะลูมิเนียม มะพร้าว ยาง เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องไฟฟ้า เป็นต้น สิงคโปร์เป็นเมืองท่าปลอดภาษี คือไม่มีการเก็บภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย จึงทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ทำรายได้ให้กับประเทศ อีกทางหนึ่ง  สำหรับผลผลิตทางเกษตรนั้นไม่พอเพียงกับความต้องการของประชากรในประเทศ จึงต้องสั่งซื้อ อาหารจำพวก ข้าว ผัก ผลไม้ เครื่องเทศ จากต่างประเทศเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะจากประเทศไทย

สินค้าส่งออก ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า ชิ้นส่วนและอะไหล่เครื่องบิน รถยนต์ ผลิตภัณฑ์เหล็ก เครื่องจักรกล เม็ดพลาสติก ยางพารา เครื่องปรับอากาศและอะไหล่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องสำอาง สบู่ ผลิตภัณฑ์รักษาผิว กระดาษ เยื่อกระดาษ ผลิตภัณฑ์พลาสติก ด้ายเส้นใยประดิษฐ์ เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับตัดต่อป้องกันวงจรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลี อาหารสำเร็จรูปอื่นๆ เป็นต้น

สินค้านำเข้า ได้แก่ แผงวงจรไฟฟ้า โครงรถและตัวถัง น้ำมันดิบและน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องจักรใช้ในอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์โลหะ เคมีภัณฑ์ เศษทองแดง เครื่องมือเครื่องใช้ทางการแพทย์ น้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเบรก ผ้าผืน อาหารทารก ทองคำ เครื่องจักรกล   เป็นต้น         (TOP)
อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศบรูไน
อาชีพของคนบรูไน ประชากรส่วนใหญ่ได้รับการจ้างงานจากรัฐบาล ส่วนที่เหลือจะประกอบอาชีพอิสระ เช่น การเพาะปลูก ประมง การผลิตอาหาร เครื่องอุปโภคและบริโภคในโรงงานขนาดเล็ก

สินค้าส่งออก บรูไนจัดอยู่ในประเทศที่ร่ำรวย เป็นผู้ส่งออกน้ำมันติดอันดับ 3 ของโลก
สินค้าส่งออกหลักของบรูไน คือ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (ส่งออกถึงร้อยละ 90 ของการส่งออกทั้งหมด)โดยส่งออกไปยัง ญี่ปุ่น อังกฤษ ไทย สิงคโปร์ ไต้หวัน สหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ ประชากรของ บรูไนส่วนใหญ่เป็น คนมาเลเซียและคนจีน ส่วนหนึ่ง 75% ของประชากรมีอาชีพรับราชการ 25% ทำงานเอกชนและการค้า บรูไนมีอุตสาหกรรมอื่น นอกเหนือจากอุตสาหกรรมน้ำมันอยู่บ้าง อาทิ การผลิตอาหาร และเครื่องมือเครื่องใช้ การผลิตเสื้อผ้า เพื่อส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในยุโรป และอเมริกา

สินค้าเข้าสำคัญ ได้แก่ ชิ้นส่วนเครื่องบินและเรือบรรทุกสินค้าขนาดเบา เหล็ก/เหล็กกล้าใช้ในการก่อสร้าง เครื่องมือในการเจาะ แยง ตอกและทำ สลักเกลียว ข้าวหอม วัสดุสิ่งทอ รถยนต์ขนาด 1500 – 2000 ซีซี ผ้าฝ้าย สายไฟฟ้า สายไฟชนิด optical fibre เครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องมือ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ และสินค้าเกษตร เช่น ข้าวและผลไม้    โดยมีแหล่งนำเข้าสำคัญคือ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย         (TOP)

 
อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศเวียดนาม
ประชากรเวียดนามประมาณ 80% ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  ปลูกข้าว  (ข้าวเจ้า) ยางพารา  ชา  กาแฟ  ยาสูบ พริกไทย 
(ปี 2006  ส่งออกกว่า 116,000 ตัน)
ทำการประมง เช่น จับปลา  ปลาหมึก  กุ้ง
อุตสาหกรรมที่สำคัญ คือ  การทอผ้า
การทำเหมืองแร่ที่สำคัญ คือ   ถ่านหิน  น้ำมันปิโตรเลียม  และก๊าซธรรมชาติ  (เวียดนามส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้  ถัดจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย) มีการซื้อพลังงานไฟฟ้าจากมณฑลญูนนาน ประเทศจีน
  • สินค้าส่งออกหลักของไทยไปเวียดนาม ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ
  • สินค้านำเข้าหลักของไทยจากเวียดนาม ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าเหล็กและเหล็กกล้าและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ด้ายและเส้นใย เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ   เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน น้ำมันดิบ กาแฟ ชา เครื่องเทศ เคมีภัณฑ์ ถ่านหิน และเครื่องมือ วิทยาศาสตร์การแพทย์

    สินค้าส่งออกของเวียดนาม   เช่น ไม้ เครื่องเฟอร์นิเจอร์ สิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องหนังและรองเท้า สินค้าเกษตรและของป่า เช่น ข้าว กาแฟ ยางพารา  แล้วยังมีสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูง คือ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และอะไหล่ ซึ่งได้ช่วย เพิ่มมูลค่าการส่งออกให้กับประเทศ

  • ตลาดส่งออกที่สำคัญของเวียดนาม ได้แก่ สหรัฐฯ สหภาพยุโรป อาเซียน ญี่ปุ่น จีน
  • ตลาดนำเข้าที่สำคัญของเวียดนาม ได้แก่ สิงคโปร์ จีน ไทย ญี่ปุ่น อินเดีย มาเลเซีย           (TOP)        
      
อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศลาว

ลาวนั้นเป็นประเทศเกษตรกรรมเช่นเดียวกับประเทศไทย
- อาชีพเกษตรกรรม 50% ของประเทศ
- อุตสาหกรรม (โรงงาน การท่องเที่ยว การให้บริการด้านต่างๆ) 30%
- อาชีพอื่นๆ 20%

รายได้ของประชาชนมาจากเกษตรกรรม  43.50%  อุตสาหกรรม  30.50%  และบริการ  26.00%
การประกอบอาชีพของคนลาว  ร้อยละ  80  ยังผูกพันกับภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก   คือ  ทำนา (ปลูกข้าว) ยาสูบ  ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  กาแฟ  พืชผัก และหาของป่า

สินค้าส่งออก สินค้าส่งออกของลาว ได้แก่ 1. ไม้และไม้แปรรูป  2. สินค้าประมงและสัตว์  3. แร่ธาต ุ 4. สินค้าการเกษตร เช่น ชา กาแฟ เครื่องเทศ ฯลฯ 5. เครื่องนุ่งห่ม 6. พาหนะและอะไหล่ 7. หนังสัตว์และผลิตภัณฑ์หนังฟอก 8. เครื่องจักรกลที่ไม่ใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ 9. เครื่องพลาสติก และ ผลิตภัณฑ์ 10. เครื่องอุปโภค
สินค้านำเข้า สินค้านำเข้าลาว ได้แก่ 1. น้ำมันเชื้อไฟ 2. เครื่องใช้ไฟฟ้า 3. พาหานะและอาไหล่ 4. เครื่องอุตสาหกรรมการเกษตร 5. เครื่องอุปโภค บริโภค 6. เครื่องนุ่งห่ม  7. เครื่องก่อสร้าง 8. เครื่องจักรกลที่ไม่ใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ 9. เครื่องดื่ม 10. เหล็กและเหล็กกล้า 11. รถจักรยานยนต์ และ ส่วนประกอบ                  (TOP)


อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศพม่า

เกษตรกรรม เป็นอาชีพหลัก เขตเกษตรกรรมคือบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอิรวดี แม่น้ำสะโตง แม่น้ำทวาย-มะริด ปลูกข้าวเจ้า ปอกระเจา อ้อย และพืชเมืองร้อนอื่น ๆ ส่วนเขตฉาน อยู่ติดแม่น้ำโขงปลูกพืชผักจำนวนมาก ทำเหมืองแร่ ภาคกลางตอนบนมีน้ำมันปิโตรเลียม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขุดแร่ หิน สังกะสี และภาคตะวันออกเฉียงใต้ ทำเหมืองดีบุกทางตอนใต้เมืองมะริดมีเพชรและหยกจำนวนมาก การทำป่าไม้ มีการทำป่าไม้สักทางภาคเหนือ ส่งออกขายและล่องมาตามแม่น้ำอิรวดีเข้าสู่ย่างกุ้ง อุตสาหกรรม กำลังพัฒนา อยู่บริเวณตอนล่าง เช่น ย่างกุ้ง และ มะริด และทวาย เป็นอุตสาหกรรมต่อเรือเดินสมุทรที่ใหญ่ของพม่า เป็นประเทศกำลังพัฒนาขั้นต่ำ

สินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ สินค้าจำพวกเครื่องจักรกล อุปกรณ์ขนส่ง วัตถุดิบการผลิต เป็นต้น

สินค้าส่งออกสำคัญของพม่า  ได้แก่ สินค้าเกษตร และสินค้าทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ก๊าซ  ไม้สัก เมล็ดพืช ข้าว ก๊าซธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากประมง รวมทั้งการส่งออกสิ่งทอเสื้อผ้า   และ ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งทำรายได้เข้าประเทศ และเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าตัวใน ช่วงปี 2548-2549 ปร ะเทศไทยเป็นประเทศหลักในการนำเข้าก๊าซจากพม่า      (TOP)

อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศกัมพูชา

อาชีพหลักของชาวกัมพูชา คือ ภาคเกษตรกรรม ประมาณร้อยละ 70 ภาคบริการประมาณ ร้อยละ 17 ภาคอุตสาหกรรมโรงงานประมาณ ร้อยละ 8 และภาคการก่อสร้างประมาณร้อยละ 5 ทั้งนี้ ชาวกัมพูชาประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก พืชที่ปลูกส่วนใหญ่ ได้แก่ ข้าวเจ้า ยางพารา พริกไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะปลูกบริเวณที่ราบภาคกลางรอบทะเลสาบกัมพูชา รองลงมาคือ ประมง โดยบริเวณรอบทะเลสาบกัมพูชาเป็นแหล่งประมง น้ำจืดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาค มีการทำป่าไม้บริเวณเขตภูเขาทางภาคเหนือโดยล่องมาตามแม่น้ำโขง
อุตสาหกรรมในประเทศเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว และรองเท้า

สินค้าหลักที่กัมพูชาส่งออก   ผลผลิตด้านการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลักของประชากรร้อยละ 70 ของประเทศ รวมถึงการส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูป สิ่งทอ รองเท้า  ยางลาเท็กซ์   รายได้หลักของกัมพูชามาจากภาคเกษตรกรรม ร้อยละ 32.5 ได้แก่ การกสิกรรม การประมง ปศุสัตว์ และป่าไม้ ซึ่งสินค้าเกษตรที่ส่งออก ได้แก่ ข้าว ผลิตภัณฑ์ปลา และยางพารา รองลงมา ได้แก่ ข้าวโพด ถั่วเหลือง สัตว์มีชีวิต ผลไม้ และปลา เป็นต้น ภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 22.4 ซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมส่งออก ได้แก่ เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และภาคบริการร้อยละ  45.1 รายได้ที่สำคัญของภาคบริการ ได้แก่ รายได้จากนักท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ

สินค้าหลักที่กัมพูชานำเข้า
ประกอบด้วยวัตถุดิบสำหรับใช้ในการผลิตเสื้อผ้าและสิ่งทอ ปิโตรเลียม วัตถุดิบในการก่อสร้าง รถยนต์และจักรยานยนต์ อาหารและเครื่องดื่ม  ข้าว  และที่เหลือ เป็นสินค้าทางการเกษตร ป่าไม้ และประมง นอกจากนั้นยังมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์ทางเวชภัณฑ์และ เครื่องสำอาง  คู่ค้าสำคัญของกัมพูชา คือ สหรัฐฯ ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป จีน ไทย เวียดนาม ญี่ปุ่น และ แคนาดา           (TOP)

อาชีพและสินค้าส่งออกในประเทศไทย

อาชีพต่างๆของคนไทยมีมากมายหลากหลายอาชีพ
   เกษตรกรรม เป็นอาชีพที่เกี่ยวกับการเพาะปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาเป็นเวลาช้านาน อาชีพเกษตรกรรมที่ควรรู้จักมีดังนี้
    1. อาชีพทำนา เป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนไทยตั้งแต่อดีตเพราะคนไทยกินข้าวเป็นอาหารหลัก ผู้ที่ประกอบอาชีพทำนา เรียกว่า ชาวนา อาชีพชาวนาจึงเป็นอาชีพที่สำคัญพราะเป็นอาชีพที่ผลิตข้าวเลี้ยงคนในประเทศ ชาวนาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ   
    2. อาชีพทำสวน เป็นอาชีพที่ปลูกผักหรือผลไม้ ผู้ที่ประกอบอาชีพทำสวนเรียกว่า ชาวสวน คือการปลูกผลไม้ ผัก หรือไม้ดอกต่างๆ การทำสวนในเเต่ละภาคเป็นตามสภาพภูมิอากาศ ภาคเหนือนิยมปลูกผัก เเละผลไม้เมืองหนาวต่างๆ ภาคใต้ทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว  ภาคตะวันออก ทำสวนผลไม้ เช่น เงาะ ทุเรียน เป็นต้น
   3. อาชีพทำไร่ เป็นอาชีพที่ปลูกพืชไร่ เช่น อ้อย ข้าวโพด สับปะรด ผู้ที่ประกอบอาชีพทำไร่เรียกว่า ชาวไร่    
   4. อาชีพเลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพสำคัญของไทยควบคู่กับการเพาะ ปลูก เเละการประมง เดิมการเลี้ยงสัตว์ส่วนใหญ่มักเลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร หรือไว้ใช้งาน เเต่ปัจจุบันเรายังเลี้ยงเพื่อการค้าอีกด้วย สัตว์ที่เลี้ยงไว้ใช้งาน ได้เเก่ ช้าง ม้า วัว ควาย ส่วนสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อเป็นอาหาร ได้เเก่ หมู วัว เป็ด ไก่ ปลา เเละ อื่นๆ 
   5. อาชีพประมง เป็นอาชีพที่จับสัตว์น้ำหรือเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ผู้ที่ประกอบอาชีพประมงเรียกว่า ชาวประมง การประมงของประเทศไทย มีมากทางเเถบภาคใต้เเละภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไทย บริเวณเลียบชายฝั่งทะเล สัตว์น้ำที่ทำการ ประมง ได้เเก่ ปู ปลา กุ้ง หอย ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารภายในประเทศเเล้ว เรายังส่งเป็นสินค้าออกด้วย

อาชีพอุตสาหกรรม เป็นอาชีพที่ได้จากทรัพยากรธรรมชาติ และการนำผลผลิตจากเกษตรกรรมมาผลิตเป็นสินค้าโดยใช้เครื่องจักร เช่น อุตสาหกรรมอาหาร อาทิ ปลากระป๋อง ผลไม้กระป๋อง อาหารกระป๋องอื่นๆ
อุตสาหกรรมสิ่งทอ   ได้แก่  เสื้อผ้าสำเร็จรูป
อาชีพหัตถกรรม เป็นอาชีพที่เอาวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประดิษฐ์ด้วยมือเป็นสินค้า

อาชีพค้าขาย พ่อค้า หรือ เเม่ค้า เป็นผู้ที่นำผลิตผลต่างๆ มาจำหน่าย เเก่คนในชุมชน ทำให้คนใน ชุมชนได้รับความสะดวกสบาย ไม่ต้องไปซื้อหาผลิตผลเหล่านั้นจากผู้ผลิต

สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่  ข้าวน้ำตาลวัสดุก่อสร้างเครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วนอาหารผักผลไม้และได้เปรียบในแง่รูปแบบของสินค้าที่ได้รับความนิยมจากตลาดมากเช่น
เครื่องสุขภัณฑ์เซรามิคผลิตภัณฑ์พลาสติกและได้เปรียบในความเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของบริษัทแม่ในต่างประเทศ เช่น สินค้ารถยนต์บางยี่ห้อ บางรุ่น เป็นต้น นอกจากนี้ ไทยยังมีความได้เปรียบใน ด้านทักษะ และค่าจ้าง
/ค่าบริการของแรงงานไทย โดยเฉพาะ ในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง

สินค้าเข้าที่สำคัญ
ได้แก่   น้ำมันดิบ  เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ  เหล็ก  เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์   เคมีภัณฑ์   เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องเพชรพลอย   อัญมณี   เงินแท่ง และทองคำ สินแร่โลหะ    เศษโลหะและผลิตภัณฑ์  เครื่องคอมพิวเตอร์     อุปกรณ์และส่วนประกอบ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช

 (TOP) 
ขอบคุณเนื้อหาและภาพจาก google

1